วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2562

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 3

วันพุธที่ 30 มกราคม 2562
เวลา 08:30 - 11:30 น.


      💗 ความรู้ที่ได้รับ
                               บทบาทหน้าที่ของผู้บริหาร

                ผู้นำ (Leader) หมายถึง บุคคลที่มีศิลป บุคลิกภาพ ความสามารถ เหนือบุคคลทั่วไป สามารถชักจูงให้ผู้อื่นปฏิบัติตามที่ต้องการได้
                ความเป็นผู้นำ (Leadership) เป็นกระบวนการที่มีอิทธิพลต่อกลุ่ม เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย และต้องมีทักษะมีความสามารถในการบริหารหน้าที่ด้วย
ประเภทของผู้นำ
1.ผู้นำตามอำนาจหน้าที่ จำแนกผู้นำประเภทนี้ออกเป็น 3 แบบ คือ
➤ ผู้นำแบบใช้พระเดช (Legal Leadership)
     ผู้นำแบบนี้เป็นผู้นำที่ได้อำนาจในการปกครองบังคับบัญชาตามกฎหมายมีอำนาจตามตำแหน่งหน้าที่ราชการมาหรือเกิดขึ้นจากตัวผู้นั้น
➤ ผู้นำแบบใช้พระคุณ (Charismatic Leadership)
     ผู้นำที่ได้อำนาจเกิดขึ้นจากบุคลิกภาพอันเป็นคุณสมบัติส่วนตัวของผู้นั้น ได้มาจากแรงศรัทธาที่ก่อให้ผู้อยู่ใต้บังคับเกิดความเคารพนับถือและเป็นพลังที่จะช่วยผลักดันให้ร่วมจิตร่วมใจกัน ปฏิบัติตามคำสั่งแนะนำด้วยความเต็มใจ
➤ ผู้นำแบบพ่อพระ (Symbolic Leadership)
     ผู้นำที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายมิได้ใช้อำนาจหน้าที่ในการปกครองบังคับบัญชา บุคคลเหล่านั้นปฏิบัติตามเพราะเกิดแรงศรัทธา หรือสัญญาลักษณ์ในตัวของผู้นั้นมากกว่า
2.ผู้นำตามการใช้อำนาจ
 ➤ ผู้นำแบบเผด็จการ   (Autocratic Leadership) หรือ อัตนิยม
ใช้ช้อำนาจต่าง ๆ ที่มีอยู่ในการสั่งการแบบเผด็จการโดยรวบอำนาจ ไม่ให้โอกาสแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น
➤ ผู้นำแบบเสรีนิยม (Laisser-Faire Leadership) หรือ Free-rein Leadership
ผู้นำแบบนี้เกือบไม่มีลักษณะเป็นผู้นำเหลืออยู่เลย คือ ปล่อยให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชากระทำกิจการใด ๆ ก็ตามได้โดยเสรี ซึ่งการกระทำนั้นต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย และตนเป็นผู้ดูแลให้กิจการดำเนินไปได้โดยถูกต้องเท่านั้น
➤ ผู้นำแบบประชาธิปไตย (Democratic Leadership)
ผู้นำแบบนี้ เป็นผู้นำที่ประมวลเอาความคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากคณะบุคคลที่อยู่ใต้บังคับบัญชาที่มาประชุมร่วมกัน และนำความคิดที่ดีที่สุดมาใช้
3.ผู้นำตามบทบาทที่แสดงออก จำแนกเป็น  3 แบบ คือ
➤ ผู้นำแบบบิดา-มารดา (Parental Leadership)
   ผู้นำแบบนี้ ปฏิบัติตนเหมือนพ่อ-แม่
➤ ผู้นำแบบนักการเมือง  (Manipulater Leadership)
     ผู้นำแบบนี้พยายามสะสมและใช้อำนาจ
➤ ผู้นำแบบผู้เชี่ยวชาญ  (Expert Leadership)
     เป็นผู้เชี่ยวชาญและมีความรู้เฉพาะอย่าง
แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
1. ผู้นำที่มุ่งคน (Employee Oriented) คือผู้นำที่เน้นความมีสัมพันธภาพที่ดีกับพนักงาน กับบุคคลทั่วไป ยอมรับฟังความคิดเห็นของพนักงาน
2. ผู้นำที่มุ่งงาน (Production Oriented) เน้นวิธีการปฏิบัติงานและผลงานที่จะได้ มองพนักงานเป็นเพียงเครื่องมือที่ทำให้เกิดผลงาน


คุณสมบัติของผู้นำ
1. มีความเฉลียวฉลาด    
2. มีการศึกษาอบรมดี    
3. มีความเชื่อมั่นใจตนเอง  
4. เป็นคนมีเหตุผลดี    
5. มีประสบการณ์ในการปกครองบังคับบัญชาเป็นอย่างดี  
6. มีชื่อเสียงเกียรติคุณ  
7. สามารถเข้ากับคนทุกชั้นวรรณะได้เป็นอย่างดี
8. มีสุขภาพอนามัยดี  
9. มีความสามารถเหนือระดับความสามารถของบุคคลธรรมดา
10. มีความรู้เกี่ยวกับงานทั่ว ๆ ไปขององค์กร หรือหน่วยงานที่ตนปฏิบัติอยู่โดยเฉพาะ
11. มีความสามารถเผชิญปัญหาเฉพาะหน้า ที่จะเกิดขึ้นในขณะปฏิบัติงานให้ได้ทันท่วงที    
12. มีความสามารถคาดการณ์

ภาวะผู้นำ (Leadership)
1. ผู้นำโดยกำเนิด ผู้นำประเภทนี้ เกิดมาก็มีคุณลักษณะบ่งบอกถึงความเป็นผู้นำ อาจสืบทอดโดยตำแหน่ง หรือโดยบุญบารมีที่ได้สั่งสมกันมาเป็นเวลานาน
2. ผู้นำที่มีความอัจฉริยะ ผู้นำประเภทนี้เกิดขึ้นได้เพราะเป็นผู้มีความสามารถเป็นอัจฉริยะ ได้รับการศึกษาพัฒนาปรับตัวเข้าสู่การเป็นผู้นำ
3. ผู้นำที่เกิดขึ้นตามสายงานบริหาร ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ประสบความสำเร็จก็จะได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น
4. ผู้นำตามสถานการณ์ เป็นผู้นำที่เกิดขึ้นแบบมีทีมงานเป็นส่วนใหญ่ มีความใฝ่ใจสูง เน้นการบริหารงานให้ได้ทั้งคนและทั้งงาน

ผู้บริหารแบ่งออกเป็น 5 ประเภท คือ
1. ผู้บริหารทำหน้าที่สั่งการ  (Line Manager)
2. ผู้บริหารทำหน้าที่ให้คำแนะนำ  (Staff  Manager)
3. ผู้บริหารทำหน้าที่สั่งการเฉพาะด้าน  (Functional Manager)
4. ผู้บริหารทั่วไป  (General Manager)
5. ผู้บริหาร (Administrator)

ระดับผู้บริหารและอำนาจหน้าที่
1. ผู้บริหารหรือหัวหน้างานระดับต้น First – Line Manager
 ทำหน้าที่ตรวจสอบควบคุมงานเท่านั้นจัดการงานเท่าที่ได้รับคำสั่งให้ทำ
2.  ผู้บริหารระดับกลาง  (Middle Managers)
3.  ผู้บริหารระดับสูง (Top Managers)


ระบบการบริหาร  (Management System)
ระบบการบริหารแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
➤ ระบบเปิด  (Open system) เป็นองค์การซึ่งดำเนินภายในและมีการปฏิสัมพัทธ์ (interacts) กับสภาวะแวดล้อมทั้งภายในและภายนอก
➤ ระบบปิด  (Closed System) เป็นระบบที่ไม่ต้องการอิทธิพลใด ๆ จากภายนอกและไม่ได้เกี่ยวข้องกับสภาวะแวดล้อมต่าง ๆ ธุรกิจมักจะมองแต่ภายในองค์การของตนเอง

หลักในการจัดรูปแบบของการบริหารงานยุคใหม่
รูปแบบที่  1 บริหารงานแบบอัตตาธิปไตย  คือ  การถือตนเอง  ความคิดเห็นหรือวิธีการของตนเองเป็นใหญ่
รูปแบบที่  2 บริหารงานแบบโลกาธิปไตย  คือ การถือคนอื่นเป็นใหญ่  ไม่มีจุดยืนของตนเอง
รูปแบบที่  3  บริหารงานแบบธรรมาธิปไตย  คือ การถือธรรมหรือหลักการและเหตุผลเป็นสำคัญ

     💗 การนำความรู้ไปประยุกต์
             การเรียนรู้ประเภทผู้นำทำให้เราเข้าใจถึงผู้นำในแบบต่างๆ และใช้เป็นแนวทางว่าเราอยากเป็นผู้นำแบบใด ซึ่งเราสามารถเลือกในการปฎิบัติได้

       💗 ประเมินผลการเรียนรู้

ประเมินตัวเอง 
         - มาเรียนตรงเวลา
         - แต่งกายเรียบร้อย
         - จดรายละเอียดของงาน

ประเมินเพื่อน
         - ตั้งใจเรียน
         - มาเรียนตรงเวลา
         - จดบันทึกงานที่ได้รับมอบหมาย
         
ประเมินผู้สอน
         - อธิบายรายละเอียด เนื้อหาการสอนให้มีความชัดเจนมากขึ้น
         - แต่งกายเรียบร้อย
         - มาสอนตรงเวลา 
         - สามารถตอบคำถาม คลายข้อสงสัยให้นักศึกษา

วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2562

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 2


วันพุธที่ 23 มกราคม 2562
เวลา 08:30 - 11:30 น.


     💗 ความรู้ที่ได้รับ
               😊 ความหมายและความสำคัญของสถานศึกษา

การบริหารคือ ?
➥ การบริหาร คือ ศิลปะของการทำงานให้สำเร็จโดยใช้บุคคลอื่น  
➥การบริหาร คือ การทำงานของคณะบุคคล ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ที่ร่วมกันปฏิบัติการให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน  
➥การบริหาร คือ การที่บุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปร่วมกันทำงาน เพื่อจุดประสงค์อย่างเดียวกัน  
สรุปได้ว่า “การดำเนินงานของกลุ่มบุคคลเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ที่วางไว้”

การศึกษา ?
➥การศึกษา คือ ความเจริญงอกงาม ทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา
➥การศึกษา คือ การสร้างเสริมประสบการณ์ให้ชีวิต
➥การศึกษา คือ เครื่องมือที่ทำให้เกิดความเจริญงอกงามทุกทางในตัวบุคคล
สรุปได้ว่า “การพัฒนาคนให้มีคุณภาพ ทั้งความรู้ ความคิด ความสามารถ และความเป็นคนดี”

“การบริหารการศึกษา” หมายถึง “การดำเนินงานของกลุ่มบุคคล เพื่อพัฒนาคนให้มีคุณภาพ 
ทั้งความรู้ ความคิด ความสามารถ และความเป็นคนดี”

ความสำคัญของการบริหารการศึกษา : การบริหารงานบุคคล เพราะบุคคลเป็นทรัพยากรที่มีค่าในองค์กร ที่สามารถพัฒนาศักยภาพได้ไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งจะทำให้องค์กรสามารถดำเนินกิจการต่างๆ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ได้ และจำเป็นจะต้องมีผู้บริหารจะต้องมีความรู้เรื่องการบริหารเป็นอย่างดี

หลักการ แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการบริหารสถานศึกษา
หลักการบริหารงานบุคคล
สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (2545)  ให้แนวคิดในการบริหารและการจัดการที่ดี เพื่อมาปรับใช้ในบริบทขององค์กรทางการศึกษา ในประเด็กดังนี้
1. การกำหนดจุดหมาย ผลที่คาดหวัง หรือภาพความสำเร็จของการบริหารและการจัดการที่ดี (Goal / Expected / Output)
2. กระบวนการบริหารและการจัดการที่ดี (Process)
3. ทรัพยากรในการบริหารจัดการที่ดี (Input / Resource)
4. ระบบควบคุม (Feedback / Control System)
5. ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการบริหารและการจัดการที่
ขอบข่ายการบริหาร
                1. การวางแผนอัตรากำลังและกำหนดตำแหน่ง
                2. การสรรหาและบรรจุแต่งตั้ง โดยมีการดำเนินการสอบแข่งขัน สอบคัดเลือก
ทฤษฏีที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการสถานศึกษา
พัฒนาการของทฤษฏีทางการบริหาร

                1.ทัศนะดั้งเดิม (Classical viewpoint)
                1.1 การบริหารเชิงวิทยาศาสตร์
                Frederick. W. Taylor (เทเลอร์) บิดาแห่งการบริหารเชิงวิทยาศาสตร์ ได้เสนอ หลัก 4 ประการ
     ➜ ใช้วิธีทางวิทยาศาสตร์ มีการแยกวิเคราะห์งาน
     ➜ มีการวางแผนการทำงาน
     ➜ คัดเลือกคนทำงาน
     ➜ ใช้หลักการแบ่งงานกันทำระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายปฏิบัติ
                1.2 การจัดการเชิงบริหาร
                Chester Barnard : ทฤษฏีการยอมรับอำนาจหน้าที่
                Max Weber พัฒนาหลักการจัดการแบบราชการ
     ➜ มีกฎระเบียบข้อบังคับเพื่อควบคุมการตัดสินใจ
     ➜ ความไม่เป็นส่วนตัว
     ➜ แบ่งงานกันทำตามความถนัด ความชำนาญเฉพาะทาง
     ➜ มีโครงสร้างการบังคับบัญชา
     ➜ ความเป็นอาชีพที่มั่นคง
     ➜ มีอำนาจหน้าที่ในการตัดสินใจ โดยมีกฎระเบียบรองรับ
     ➜ ความเป็นเหตุเป็นผล
                     ➜ การบริหารแบบราชการ
                 2.ทัศนะเชิงพฤติกรรม (Behavioral viewpoint)
                 2.1 ทฤษฏีพฤติกรรมระยะเริ่มแรก (Early behavioral theories)
                      ✦ Hugo Munsterberg บิดาแห่งจิตวิทยาอุตสาหกรรม  ใช้หลักจิตวิทยาในการจำแนกคนงานให้เหมาะสมกับงาน
                      ✦ Mary Parker Follett นักปรัชญาแห่งเสรีภาพของบุคคล เน้นสภาพแวดล้อมในการทำงานและการมีส่วนร่วม
                 2.2 การศึกษาที่ฮอว์ธอร์น (Hawthorne studies)
                      ✦ การทดลองของบริษัท เวสเทิร์น อิเล็กทริก ที่เมืองฮอว์ธร์น เพื่อศึกษาเกี่ยวกับผลของแสงไฟต่อประสิทธิภาพในการทำงาน
                      ✦  ในช่วงท้ายของการทดลอง Elton Mayo ร่วมทำการทดลอง สรุปข้อค้นพบว่า
                    - เงินไม่ใช้สิ่งจูงใจสำคัญเพียงอย่างเดียว
                    - กลุ่มไม่เป็นทางการมีอิทธิพลต่อองค์การ
                 2.3 การเคลื่อนไหวเชิงมนุษยสัมพันธ์ (Human relation movement)
                            Abraham Maslow : มาสโลว์ ทฤษฏีลำดับขั้นความต้องการ
                            Douglas McGregor : แมคเกรเกอร์ ทฤษฏี X และทฤษฏี Y
                             - เป็นสมมติฐานเกี่ยวกับทัศนะเกี่ยวกับผู้บริหารที่มีต่อคนงาน
                             - ทฤษฏี X มองว่าคนไม่ชอบทำงาน เลี่ยงความรับผิดชอบ ไม่ทะเยอทะยาน ชอบให้สั่งการ ต้องใช้เงินจูงใจ ต้องควบคุมมาก
                             - ทฤษฏี Y มองว่า คนจะให้ความร่วมมือถ้าพอใจในสภาวะการทำงาน คนขยันไว้ใจได้ ควบคุมตนเองได้ มีความคิดริเริ่มในการทำงาน ถ้าได้รับการจูงใจที่ถูกต้องจากเพื่อนร่วมงาน
                 2.4 หลักพฤติกรรมศาสตร์ (Behavioral science approach)
                       เป็นการนำผลการวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์ เพื่อพัฒนาทฤษฏีเกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์ จากศาสตร์ สาขาต่างๆ เมื่อนำไปทดสอบแล้วจะเสนอให้นักบริหารนำไปใช้ เช่น ทฤษฏีการตั้งเป้าหมาย ของ Locke
                 3.ทัศนะเชิงปริมาณ (Quantitative viewpoint)
                 3.1 การบริหารศาสตร์ (Management science)
                      มุ่งเพิ่มความมีประสิทธิผลในการตัดสินใจจากการใช้ตัวแบบคณิตศาสตร์และวิธีการเชิงสิติ ซึ่งแพร่หลายได้รวดเร็วเนื่องจากความก้าวหน้าทางคอมพิวเตอร์ที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างซับซ้อนมากขึ้น
                 3.2 การบริหารปฏิบัติการ (Operation management)
                      ✦  ยึดหลักการบริหารกระบวนการผลิตและให้บริการ
                      ✦  กำหนดตารางการทำงาน
                      ✦  วางแผนการผลิต
                      ✦ การออกแบบอาคารสถานที่ การประกันคุณภาพ
                      ✦ การใช้เทคนิคเครื่องมือต่างๆ เช่น เทคนิคการทำนายอนาคต 
                      ✦ การวิเคราะห์รายการ ตัวแบบเครือข่ายการทำงาน การวางแผนและควบคุมโครงการ
                 3.3 ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร (management Information System)
                       สารสนเทศบริหารศาสตร์ MIS เน้นการนำเอาระบบข้อมูลสารสนเทศโดยอาศัยเครื่องคอมพิวเตอร์มาใช้ในการบริหาร (Computer based information system : CBISs)
                4. ทัศนะร่วมสมัย (Contemporary viewpoint) 
                4.1 ทฤษฏีเชิงระบบ (System theory)
                      - ระบบเปิดกับระบบปิด
                      - มุ่งเน้นกระบวนการมากกว่าผลผลิต
                4.2 ทฤษฏีการบริหารตามสถานการณ์ (Contingency theory)
                      หลักการบริหารงานที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสถานการณ์หนึ่งๆ เท่านั้น ในสถานการณ์ที่ต่างไป ผู้บริหารอาจกำหนดหลักการจากการวิเคราะห์ลักษณะเฉพาะของแต่ละสถานการณ์เพื่อกำหนดแนวทางให้เหมาะสมกับโครงสร้าง เป้าหมายและผู้ปฏิบัติงานในองค์การ
                4.3 ทัศนะที่เกิดขึ้นใหม่
                      ทฤษฏี Z  ทฤษฏีการบริหารแบบญี่ปุ่น โดย William Ouchi โดยรวมหลักการบริหารแบบอเมริกันรวมกับแบบญี่ปุ่นมีหลักการสำคัญคือ ความมั่นคงในงาน การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ รับผิดชอบปัจเจกบุคคล เลื่อนตำแหน่งช้า ควบคุมไม่เป็นทางการ แต่วัดผลเป็นทางการ สนใจภาพรวมและครอบครัว

             💗 การนำความรู้ไปประยุกต์
                        การเข้าใจถึงหลักทฤษฎีของการบริหารสถานศึกษาในแบบต่างๆ ในแต่ละยุค สามารถนำมาเป็นแนวทางในการบริหารสถานศึกษาตามที่เราอยากให้เป็นได้ ซึ่งแต่ละสถานศึกษาจะมีหลักการ ทฤษฎีที่แตกต่างกัน จึงทำให้ต้องศึกษาดีๆ ให้รอบครอบ

     💗 ประเมินผลการเรียนรู้

ประเมินตัวเอง 
         - มาเรียนตรงเวลา
         - แต่งกายเรียบร้อย
         - จดรายละเอียดของงาน
         - มีสมาธิระหว่างการเรียน

ประเมินเพื่อน
         - ตั้งใจเรียน
         - มาเรียนตรงเวลา
         - จดบันทึกงานที่ได้รับมอบหมาย
         
ประเมินผู้สอน
         - อธิบายรายละเอียด เนื้อหาการสอนให้มีความชัดเจนมากขึ้น
         - แต่งกายเรียบร้อย
         - มาสอนตรงเวลา 
         - สามารถตอบคำถาม คลายข้อสงสัยให้นักศึกษา

วันพุธที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2562

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 1


วันพุธที่ 16 มกราคม 2562
เวลา 08:30 - 11:30 น.

        💗 ความรู้ที่ได้รับ
                  ➥ ปฐมนิเทศน์ แนะนำรายวิชา
                   ➥ ทำแบบทดสอบก่อนเรียนเกี่ยวกับวิชาการบริหารสถานศึกษาปฐมวัย
                   ➥ อธิบายงานในรายวิชา ทั้งงานเดี่ยวและงานกลุ่ม




     💗 การนำความรู้ไปประยุกต์
                        การทำความเข้าใจในรายวิชา ทำให้เราสามารถวางแผนการเรียนและการเตรียมตัวล่วงหน้าก่อนการเรียนครั้งต่อไปได้ พร้อมทั้งยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในรายวิชาอื่นได้

      💗 ประเมินผลการเรียนรู้

ประเมินตัวเอง 
         - มาเรียนตรงเวลา
         - แต่งกายเรียบร้อย
         - จดรายละเอียดของงาน
         - มีสมาธิระหว่างการเรียน

ประเมินเพื่อน
         - ตั้งใจเรียน
         - มาเรียนตรงเวลา
         - จดบันทึกงานที่ได้รับมอบหมาย
         
ประเมินผู้สอน
         - อธิบายรายละเอียด เนื้อหาการสอนให้มีความชัดเจนมากขึ้น
         - แต่งกายเรียบร้อย
         - มาสอนตรงเวลา 
         - สามารถตอบคำถาม คลายข้อสงสัยให้นักศึกษา

วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2562

Course Syllabus




Course  Syllabus

มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
คณะศึกษาศาสตร์
แนวการสอน (Course  Syllabus)

ชื่อวิชา  (ภาษาไทย)       การบริหารสถานศึกษาปฐมวัย
ชื่อวิชา  (ภาษาอังกฤ)   Pre-School Administration
รหัสวิชา                        EAED 5401                     จำนวนหน่วยกิต    3(3-0-6)               
ผู้สอน                          ว่าที่ ร.ต.กฤตธ์ตฤณน์  ตุ๊หมาด
วัน เวลาที่สอน                ภาคเรียนที่ 2/2561
                                 กลุ่ม 101         
                                 วันพุธ   เวลา 08:30- 11:30น.     ห้อง 34-403
-----------------------------------------------------------------------------------------------
คำอธิบายรายวิชา
          ความหมาย  ความสำคัญ  แนวคิด หลักการ  และทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการสถานศึกษา ประเภทของสถานศึกษาปฐมวัย บทบาท หน้าที่ของผู้บริหาร รูปแบบการบริหารสถานศึกษาปฐมวัย การจัดโครงสร้างขององค์การ  การจัดระบบงานบริหาร บุคลิกภาพคุณลักษณะและสมรรถนะของผู้บริหาร การดำเนินการจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็ก ศูนย์พัฒนาเด็กและสถานศึกษาปฐมวัย การนิเทศและติดตามผลการปฏิบัติงานของบุคลากร การทำงานร่วมกับผู้ปกครอง ท้องถิ่นและชุมชน  และการรณรงค์เพื่อการส่งเสริมการจัดการศึกษาปฐมวัย

ผลลัพธ์การเรียนรู้
          หลังจากการศึกษารายวิชานี้แล้ว ผู้เรียนมีพฤติกรรมดังนี้
          1.  ด้านคุณธรรม จริยธรรม
1.1  มีความซื่อสัตย์ สุจริต และเสียสละ
1.2  มีวินัย ตรงต่อเวลา และมีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม
1.3  เคารพสิทธิ และรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
1.4  เคารพกฎระเบียบ และข้อบังคับต่าง ๆ ของสาขาวิชา คณะฯ และมหาวิทยาลัย
1.5  มีสัมมาคารวะให้ความเคารพต่อครู อาจารย์ และผู้อาวุโส
          2.  ด้านความรู้
2.1 เพื่อให้นักศึกษาอธิบายความหมาย ความสำคัญ แนวคิด หลักการ และทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการสถานศึกษาได้
2.2 เพื่อให้นักศึกษาวิเคราะห์ประเภทของสถานศึกษาปฐมวัย บทบาท หน้าที่ของผู้
     บริหารได้
2.3 เพื่อให้นักศึกษาวิเคราะห์รูปแบบการบริหารสถานศึกษาปฐมวัย การจัดโครงสร้างขององค์การ  การจัดระบบงานบริหารได้
                    2.4 เพื่อให้นักศึกษามีบุคลิกภาพคุณลักษณะและสมรรถนะของผู้บริหาร
2.5 เพื่อให้นักศึกษาอธิบายวิธีการการดำเนินการจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็ก ศูนย์พัฒนาเด็กและสถานศึกษาปฐมวัยได้
2.6 เพื่อให้นักศึกษาสามารถนิเทศและติดตามผลการปฏิบัติงานของบุคลากร การทำงานร่วมกับผู้ปกครอง ท้องถิ่นและชุมชน และการรณรงค์เพื่อการส่งเสริมการจัดการศึกษาปฐมวัยได้ 
          3.  ด้านทักษะทางปัญญา
3.1  สามารถคิดอย่างมีวิจารณญาณ คิดแก้ปัญหา คิดสร้างสรรค์  คิดวิเคราะห์ คิดอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับทฤษฎีการบริหารจัดการสถานศึกษา
3.2  สามารถสืบค้น ตีความ ประเมินปัญหาสร้างองค์ความรู้ใหม่เกี่ยวกับเทคนิค วิธีการการจัดโครงสร้างขององค์การ  การจัดระบบงานบริหาร
                    3.3  สามารถวิเคราะห์ปัญหา สรุปปัญหา ความต้องการเพื่อนำไปใช้พัฒนาตนเอง
                    3.4  สามารถประยุกต์ความรู้นำไปใช้ในการเขียนแผนการจัดประสบการณ์แบบบูรณาการ
                          กับการนิเทศและติดตามผลการปฏิบัติงานของบุคลากร การทำงานร่วมกับผู้ปกครอง 
                          ท้องถิ่นและชุมชน
          4.  ด้านทักษะความสามารถระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ
                    4.1  สามารถใช้ภาษาไทยในการสื่อสาร การนำเสนอได้ถูกต้องเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
                    4.2  สามารถให้ความช่วยเหลือ ร่วมมือในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ทั้งบทบาทการเป็นผู้นำ
                           และผู้ร่วมงาน และมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเด็กปฐมวัย พ่อแม่ผู้ปกครอง
                    4.3  สามารถเป็นผู้ริเริ่มประเด็นปัญหา และหารือแนวทางแก้ไขสถานการณ์ต่าง ๆ
                           ทั้งของตนเองและกลุ่ม
                    4.4  มีความรับผิดชอบการพัฒนาการเรียนรู้ของตนในวิชาชีพครูปฐมวัยอย่างต่อเนื่อง
          5.  ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
                    5.1  มีทักษะการใช้เครื่องมือที่จำเป็นในปัจจุบันเพื่อการศึกษาค้นคว้า และเรียนรู้
                          ประสบการณ์ในการเรียนวิชาการบริหารจัดการสถานศึกษาระดับปฐมวัย
5.2  สามารถสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพทั้งด้านการฟัง การพูด การอ่าน การเขียน พร้อมทั้งเลือกใช้รูปแบบของสื่อมานำเสนอได้อย่างเหมาะสม
                    5.3  สามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสืบค้น การนำเสนออย่างมีประสิทธิภาพ

กิจกรรมการเรียนการสอน
สัปดาห์ที่/คาบ
เนื้อหา
วิธีสอน/กิจกรรม
สื่อ/แหล่งเรียนรู้
การมอบหมายงาน
คะแนน
1-2
เวลา 6 คาบ
1. ปฐมนิเทศ แนะนำรายวิชา การบริหารจัดการสถานศึกษาระดับปฐมวัย
- ความหมาย ความสำคัญ แนวคิด หลักการ
ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการสถานศึกษา
- บรรยาย อภิปราย
- วิเคราะห์
per test โดยโปรแกรม Quizizz
- ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง
- คำคมทางการบริหาร
- ทำแฟ้มสะสมงานอิเล็กทรอนิกส์ Blog
- แนวการสอน
Course Syllabus
- เอกสารประกอบการสอน
สื่อการสอน อิเล็กทรอนิกส์ที่ทำด้วยโปรแกรม Power point
งานเดี่ยว
ทำแฟ้มสะสมงานอิเล็กทรอนิกส์Blog
- คำคมทางการบริหาร
หาทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการบริหาร 2 ทฤษฏี

15


5


5
3-4
เวลา 6 คาบ
ประเภทของสถานศึกษาปฐมวัย
- บทบาทหน้าที่ของผู้บริหาร

- บรรยาย
- อภิปราย
กิจกรรมกลุ่ม
- วิเคราะห์
การนำเสนอคำคม
- นำเสนองาน
สื่อการสอน อิเล็กทรอนิกส์ที่ทำด้วยโปรแกรม Power point
เอกสารประกอบการสอน

งานกลุ่ม
-นำเสนอประเภทของสถานศึกษาระดับปฐมวัย

5



สัปดาห์ที่/คาบ
เนื้อหา
วิธีสอน/กิจกรรม
สื่อ/แหล่งเรียนรู้
การมอบหมายงาน
คะแนน
5-7
เวลา 9 คาบ
- รูปแบบการบริหารสถานศึกษาปฐมวัย
- การจัดโครงสร้างขององค์การ 
การจัดระบบงานบริหาร
บรรยาย
อภิปราย
กิจกรรมกลุ่ม
- วิเคราะห์
- ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง
นำเสนองานวิจัย
(นำเสนอ สัปดาห์ที่ 6)
สื่อการสอน อิเล็กทรอนิกส์ที่ทำด้วยโปรแกรม Power point
เอกสารประกอบการสอน
งานวิจัย

งานกลุ่ม
เสนองานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการการบริหารสถานศึกษาปฐมวัย
งานเดี่ยว
- วิเคราะห์สรุป
การจัดโครงสร้างขององค์การ 

10





5
8
สอบกลางภาค              20   คะแนน
9-11
เวลา 9 คาบ
บุคลิกภาพคุณลักษณะและสมรรถนะต่างๆ ของผู้บริหาร

- บรรยาย
- อภิปราย
- วิเคราะห์
- ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง
แสดงบทบาทสมมติ
สัมภาษณ์ผู้บริหาร
สื่อการสอน อิเล็กทรอนิกส์ที่ทำด้วยโปรแกรม Power point
- เอกสารประกอบการสอน
งานกลุ่ม
แสดงบทบาทสมมติ

สัมภาษณ์ผู้บริหาร

5


10
12-13
เวลา 6 คาบ
การดำเนินการจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็ก ศูนย์พัฒนาเด็กและสถานศึกษาปฐมวัย
- บรรยาย
- อภิปราย
- วิเคราะห์
กิจกรรมกลุ่มเขียนโครงการดำเนินการจัดตั้งสถานศึกษาปฐมวั
- ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง
-  สื่อการสอน อิเล็กทรอนิกส์ที่ทำด้วยโปรแกรม Power point
- เอกสารประกอบการสอน

งานกลุ่ม
เขียนโครงการดำเนินการจัดตั้งสถานศึกษาปฐมวัพร้อมสร้าง Model สถานศึกษาจำลอง
ปฐมวัย

10
14-16
เวลา 9คาบ
การนิเทศและติดตามผลการปฏิบัติงานของบุคลากร
การทำงานร่วมกับผู้ปกครอง ท้องถิ่นและชุมชน 
- การรณรงค์เพื่อการส่งเสริมการจัดการศึกษาปฐมวัย
- บรรยาย
- อภิปราย
- วิเคราะห์
กิจกรรมกลุ่ม
- ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง

สื่อการสอน อิเล็กทรอนิกส์ที่ทำด้วยโปรแกรม Power point
- เอกสารประกอบการสอน

งานเดี่ยว
- สร้าง/ผลิตสื่อรณรงค์เพื่อการส่งเสริมการจัดการศึกษาปฐมวัย

10
17
สอปลายภาค    30  คะแนน

การมอบหมายงาน
1.ศึกษาค้นคว้า        
2.นำเสนองานกลุ่มและงานเดี่ยว
3.สัมภาษณ์ผู้บริหารสถานศึกษา
4.เขียนโครงการจัดตั้งสถานศึกษา
5.อื่นๆ

การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้  100 %
          1.  การวัดผล
                    1.1  คะแนนระหว่างภาค             70 %
                           จิตพิสัย                               10 %
                           งานเดี่ยว                             20 %
                           งานกลุ่ม                              20 %
                           ทดสอบระหว่างภาค            20 %
                    1.2  คะแนนสอบปลายภาค  30 %

ประเด็นการวัด
ร้อยละของคะแนน
เกณฑ์การประเมิน
1. การปฏิบัติงานเดี่ยว
15
1.     มีงานส่งครบตามที่กำหนด
2.     ผลงานสะท้อนถึงความคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์
3.     มีความสอดคล้องกับหลักการแนวคิดทฤษฎี
4.     นำเสนอได้น่าสนใจและมีสาระความรู้ครบถ้วนสะท้อนถึงความรู้และทักษะ
5.     สะท้อนถึงความมีคุณธรรมจริยธรรม
6.     มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมต่อการนำเสนอ
2. การปฏิบัติงานกลุ่ม



25
1.     ผลงานสะท้อนถึงกระบวนการคิดวิเคราะห์ความรู้           ความเข้าใจ สอดคล้องกับหลักการแนวคิดทฤษฎี
2.     สะท้อนถึงการทำงานเป็นทีม ความรับผิดชอบ คุณธรรม จริยธรรม
3.     การนำเสนอมีรูปแบบหลากหลายน่าสนใจและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
4.     การนำเสนอสะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพในการจัดทำงานเป็นทีม
3. คุณธรรม จริยธรรม
    (จิตพิสัย)
10
การตรงต่อเวลา กริยามารยาท ความรับผิดชอบ   การแต่งกาย พฤติกรรมการทำงาน
4.  สอบกลางภาค
20

5.  สอบปลายภาค
30


 
2.  เกณฑ์การประเมินผล

ค่าระดับคะแนน
เกณฑ์การประเมินผล
ค่าระดับคะแนน
A
80  -  100
4.00
 B+
75  -  79
3.50
B
70  -  74
3.00
 C+
65  -  69
2.50
C
60  -  64
2.00
  D+
55  -  59
1.50
D
50  -  54
1.00
F
ต่ำกว่า 50
0