วันพุธที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 5

วันพุธที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562
เวลา 08:30 - 11:30 น.

     💁 ความรู้ที่ได้รับ
              โครงสร้างขององค์กรและการจัดระบบบริหารงานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย 

การบริหารงานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย
    การบริหารสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย มีลักษณะการบริหารเฉพาะตัว โดยที่ต้องคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้
  1. นโยบาย และยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศของรัฐบาล
  2. แผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ
  3. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
  4. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
  5. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  6. ปรัชญา นโยบายและวัตถุประสงค์ของสถานศึกษา
  7. ความต้องการของชุมชน


1.การจัดแบ่งตามโครงสร้างการบริหารตามขนาด แบ่งเป็น 3 ขนาด คือ
1) โครงสร้างบริหารสถานศึกษาปฐมวัยขนาดเล็ก


2) โครงสร้างบริหารสถานศึกษาปฐมวัยขนาดกลาง

3) โครงสร้างบริหารสถานศึกษาปฐมวัยขนาดใหญ่

2. การแบ่งตามรูปแบบตามพระราชบัญญัติการศึกษาชาติ
 1) รูปแบบในระบบโรงเรียน
2) รูปแบบนอกระบบโรงเรียน
3) รูปแบบตามอัธยาศัย

3. รูปแบบการให้บริการแบบใหม่
คือ การรวมเด็กที่ผิดปกติและเด็กปกติไว้ด้วยกัน โดยเรียกแบบนี้ว่า “Normalization”

หลักในการบริหารงานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย
1. การบริหารงานวิชาการ
เป็นการบริหารกิจกรรมทุกชนิดในโรงเรียน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปรับปรุงพัฒนาการสอนผู้เรียนให้ได้ผลดีและมีประสิทธิภาพที่สุด

2. การบริหารงานบุคคลในสถานศึกษาปฐมวัย
คือ การปฏิบัติการใช้คนให้ทำงาน อย่างมีประสิทธิภาพโดยมีขบวนการต่าง ๆ

3. การบริหารงานธุรการและการเงินในสถานศึกษาปฐมวัย
- งานธุรการในสถานศึกษา
- งานการเงินในสถานศึกษาปฐมวัย
- งานสารบรรณในสถานศึกษาปฐมวัย
- งานทะเบียนและรายงาน
- งานรักษาความปลอดภัย
- งานการเงินและพัสดุ
- งานพัสดุ

4. การบริหารงานกิจการนักเรียนในสถานศึกษาปฐมวัย 
คือ การดำเนินงาน เพื่อสนับสนุนการจัดกิจกรรมในโรงเรียนโดยนักเรียนสมัครใจร่วมกิจกรรมเพื่อพัฒนาตนเอง

5. การบริหารสภาพแวดล้อมในสถานศึกษาปฐมวัย
           - การบริหารสภาพแวดล้อมทางกายภาพ
           - การบริหารสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดกิจกรรมและประสบการณ์

การบริหารสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยในยุคปฏิรูป
     คือ การบริหารโดยกระจายอำนาจทางการศึกษาไปยังสถานศึกษาโดยตรงให้มีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบและความคล่องตัวในการบริหารจัดการมากที่สุด หรือเรียกว่า การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน
(School Based Management)

ศาสตร์ทั้ง 5 ขององค์กรแห่งการเรียนรู้ของปีเตอร์ เอ็ม. เซงเก (Peter M. Senge)


การบริหารแบบมีส่วนร่วม
ผลดี
สร้างสรรค์ให้มีการระดมกำลังจากบุคคลต่าง ๆ
สร้างบรรยากาศและพัฒนาประชาธิปไตยในการทำงาน
ช่วยให้ลดความขัดแย้งระหว่างผู้บริหารกับผู้ปฏิบัติงาน
การบริหารแบบมีส่วนร่วม
ผลงานที่เกิดขึ้น
สร้างความสมดุลระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายปฏิบัติ
ข้อจำกัด
การแสดงความคิดเห็นเกิดข้อขัดแย้งกับฝ่ายบริหาร
ก่อให้เกิดกลุ่มอิทธิพล
ผู้บริหารกลัวสูญเสียอำนาจ
การบริหารงานไม่สามารถใช้กับงานที่เร่งด่วนได้
ใช้งบประมาณมาก
ความคิดเห็นจากบุคคลภายนอกไม่ได้รับการยอมรับเท่าที่ควร
การไม่เข้าใจหน้าที่มักจะทำให้เกิดการก้าวก่ายหน้าที่ซึ่งกันและกัน

       💗 ประเมินผลการเรียนรู้

ประเมินตัวเอง 
         - มาเรียนตรงเวลา
         - แต่งกายเรียบร้อย
         - จดรายละเอียดของงาน
         - มีสมาธิระหว่างการเรียน

ประเมินเพื่อน
         - ตั้งใจเรียน
         - มาเรียนตรงเวลา
         - จดบันทึกงานที่ได้รับมอบหมาย
         
ประเมินผู้สอน
         - อธิบายรายละเอียด เนื้อหาการสอนให้มีความชัดเจนมากขึ้น
         - แต่งกายเรียบร้อย
         - มาสอนตรงเวลา 
         - สามารถตอบคำถาม คลายข้อสงสัยให้นักศึกษา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น