วันพุธที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2562

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 9

วันพุธที่ 27 มีนาคม พ.ศ.2562
เวลา 08:30 - 11:30 น.
         
       💚 ความรู้ที่ได้รับ
                 การแสดงบทบาทสมมติในหัวข้อ "คุณลักษณะของผู้บริหาร" 
            โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม

กลุ่มที่ 1 ยกตัวอย่างผู้บริหารโรงแรม 2 แห่งในพัทยา ทั้ง 2 แห่งมีการดูแลลูกน้องต่างกัน
โรงแรมที่ 1 ผู้บริหารมีการแต่งกายที่ไม่เหมาะสมและมาเข้าประชุมสาย ปล่อยให้ลูกน้องจัดการปัญหากันเอง และใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม (ผู้บริหารที่ไม่ดี)


โรงแรมที่ 2 ผู้บริหารมีความอ่อนน้อม ตรงต่อเวลา ร่วมกันแก้ปัญหากับลูกน้อง เมื่อประสบผลสำเร็จมีรางวัลจูงใจให้ (ผู้บริหารที่ดี)

กลุ่มที่ 2 ยกตัวอย่างผู้บริหารที่อยู่ในโรงเรียนท้องถิ่นและโรงเรียนในเมือง
โรงเรียนในเมือง ทัยสมัย แต่ครูและผู้บริหารยักยอกเงินของโรงเรียน ไม่สนใจพัฒนาโรงเรียน ครูไม่ให้ความร่วมมือต่อกัน

โรงเรียนในชนบท ทุรกันดาร ครูและผู้บริหารโรงเรียนดูแลเอาใจใส่เด็ก มีความกระตือรือร้นในการพัฒนาโรงเรียน




👾 การนำความรู้ไปใช้
        การเป็นผู้บริหารที่ดีต้องมีคุณลักษณะที่ดีก่อน ลูกน้องถึงจะเชื่อใจและให้ความเคารพ การบริหารก็ต้องมีการทำงานร่วมกันเป็นทีม ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำอยู่ฝ่ายเดีนวก็จะไม่ประสบความสำเร็จ ดังนั้นจึงมีคำกล่าวที่ว่า "สามัคคีคือพลัง"

💗 ประเมินผลการเรียนรู้

ประเมินตัวเอง 
         - แต่งกายเรียบร้อย
         - มีสมาธิระหว่างการเรียน

ประเมินเพื่อน
         - ตั้งใจเรียน
         - มาเรียนตรงเวลา

ประเมินผู้สอน
         - อธิบายรายละเอียด เนื้อหาการสอนให้มีความชัดเจนมากขึ้น
         - แต่งกายเรียบร้อย
         - มาสอนตรงเวลา 

วันพุธที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2562

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 8

วันพุธที่ 20 มีนาคม 2562
เวลา 08:30 - 11:30 น.

             💦 ความรู้ที่ได้รับ
                  ➤ กระบวนการนิเทศแบบกัลยาณมิตร 

ความหมายการนิเทศ
    Eye and Netzer; 1965 กล่าวว่า การนิเทศการศึกษา เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารโรงเรียน ซึ่งผู้บริหารจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องในการให้บริการทางการศึกษา เพื่อให้กระบวนการสอนเกิดผลสัมฤทธิ์ตามความคาดหมาย

จุดมุ่งหมายของการนิเทศ
    1.ช่วยสร้างคุณลักษณะแห่งความเป็นผู้นำให้แก่ครู
    2.ช่วยส่งเสริมขวัญของครูให้อยู่ในสภาพที่ดีและเข้มแข็ง รวมหมู่คณะได้
    3.ช่วยให้ครูพัฒนาการสอนของตน
    4.ช่วยฝึกครูใหม่ให้เข้าใจงานของโรงเรียนและงานของอาชีพครู
    5.ช่วยหยิยกปัญหาต่างๆของโรงเรียนที่ทางโรงเรียนไม่สามารถแก้ไขได้โดยลำพัง
    6.ช่วยประชาสัมพันธ์ถึงความเคลื่อนไหวของการศึกษา

เนื้อหาสาระในการนิเทศ


กัลยาณมิตร ๗ ประการในการนิเทศ 
          1. ปิโย - น่ารัก สบายใจ สนิทสนม ชวนให้อยากปรึกษา
          2. ครุ - น่าเคารพ ประพฤติสมควรแก่ฐานะ อบอุ่น เป็นที่พึ่งปลอดภัย        
          3. ภาวนีโย - น่ายกย่อง / ทรงคุณความรู้ /ภูมิปัญญาแท้จริง และหมั่นปรับปรุงตนอยู่เสมอ    
          4. อตตา จ - รู้จักพูดให้ได้ผล รู้จักชี้แจงให้เข้าใจ รู้ว่าควรพูดอะไร อย่างไร เป็นที่ปรึกษาที่ดี         
          5. วจนก ขโม - อดทนต่อถ้อยคำ พร้อมที่จะรับฟังคำปรึกษา / คำถามคำวิพากษ์วิจารณ์         
          6. คมภีรญจ กถ กตตา - แถลงเรื่องลึกล้ำได้ อธิบายเรื่องที่ยากให้ง่ายได้        
          7. โน จฏฐาเน นิโยชเน - ไม่แนะนำเรื่องเหลวไหล แนะไปในทางเสื่อม

องค์ประกอบของกัลยาณมิตร
                   ให้ใจ          ร่วมใจ             ตั้งใจ                 เปิดใจ

กระบวนการกัลยาณมิตร
          1.ไม่มุ่งเน้นปริมาณ
          2.สานพลังอาสา
          3.เสวนาร่วมกัน
          4.สร้างสรรค์ความเป็นมิตร
          5.ฝึกคิดมุ่งมั่น
          6.ทุกวันปฏิบัติ
          7.จัดทำบันทึกแนวทาง

ปัจจัยเกื้อหนุน ๔ ประการ
         1. องค์ความรู้          
         2. แรงหนุนจากต้นสังกัด         
         3. ผู้บริหารทุกระดับ        
         4. บุคลากรทั้งสถานศึกษา

บทบาทของผู้บริหารในการนิเทศ
✦ กระบวนกัลยาณมิตร เป็นการปฏิบัติจริงในสภาพที่เป็นจริง ผู้นิเทศกับผู้รับการนิเทศต้องมีการปรึกษาหารือ ติดต่อสื่อสาร เยี่ยมเยียน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ช่วยแก้ปัญหาและให้กำลังใจกัน
✦ ถ้าจะเปรียบผู้นิเทศก็เป็นเหมือนครูฝึก (coach ) ของผู้สอน ที่จะต้องโดดลงไปร่วมคิดร่วมทำ มิใช่เพียงร้องบอกให้ผู้สอนลองผิด ลองถูก ตามยถากรรม อาจต้องบอกวิธีให้รู้ สาธิตให้ดุ และช่วยแก้ไขข้อบกพร่องที่พบ
✦ การพบปะสนทนาเมื่อเวลานิเทศ ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร ครู ศึกษานิเทศก์ กรรมการศึกษา ชุมชนรอบๆสถานศึกษา จะได้ทราบทุกข์ สุข และก่อให้เกิดความเข้าใจในปัญหาพื้นฐาน เพื่อกำหนดจุดมุ่งหมายในการทำงานต่อไป 

แนวทางการนิเทศ
1. สร้างความสัมพันธ์ แจ้งภารกิจและความมุ่งหมาย จัดเวลา กำหนดวิธีการทำงาน 
2. จัดนิทรรศการทางวิชาการและสาธิตรูปแบบการสอน     
3. แลกเปลี่ยนเรียนรู้จากประสบการณ์จริง จัดบริการเอกสารทางวิชาการ     
4. วางแผนร่วมกัน เพื่อศึกษาดูงาน    
5. แนะให้ปฏิบัติตามสภาพจริง    
6. พบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากผลการปฏิบัติ และหาทางแก้ไขปรับปรุง 
7. เข้าร่วมประชุม สัมมนา การฝึกอบรมตามโอกาส 
8. นำเสนอผลงานในการประชุมปฏิบัติการ     
9. วัดและประเมินผลงานกัลยาณมิตรนิทศ

⏩⏩  การนำมาประยุกต์ใช้
               ผู้นิเทศต้องวางตัวเหมาะสม แต่ก็ต้องมีท่าทางที่เป็นกันเอง เพื่อปรับและแก้ไขให้ดี

💟 การประเมินผล 💟

 ตนเอง :  มาเรียนตรงเวลา มีการจดบันทึก มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีในการทำงาน

เพื่อน : แต่งกายเรียบร้อย มาเรียนตรงเวลา ช่วยกันระดมความคิดในการทำงาน

อาจารย์ :  มีกิจกรรมให้ปฎิบัติระหว่างการเรียนการสอน เป็นการกระตุ้นนักศึกษาได้ดี

วันพุธที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2562

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 7


วันพุธที่ 13 มีนาคม 2562
เวลา 08:30 - 11:30 น.
             👺 ความรู้ที่ได้รับ
                 เทคนิคการเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีสำหรับการเป็นผู้บริหาร 

ความหมายของบุคลิกภาพ
    ลักษณะทั้งภายนอกและภายในที่รวมอยู่ในตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่งและเป็นผลทำให้บุคคลนั้น มีความแตกต่างไปจากบุคคลอื่นๆ บุคลิกภาพแบ่งออกเป็น 2 สภาพ ด้วยกันคือ
บุคลิกภาพภายนอก สามารถสังเกตเห็นหรือสัมผัสได้ด้วยประสาททั้ง 5 คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย สามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ แบ่งได้เป็น  4 หมวด คือ           
                 1.  รูปร่างหน้าตา          
                 2.  การแต่งกาย         
                 3.  กิริยาท่าทาง         
                 4.  การพูด
บุคลิกภาพภายใน หมายถึง บุคลิกภาพที่ไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน เป็นนิสัยใจคอ แก้ไขได้ยาก เช่น 
                 1. ความเชื่อมั่นในตนเอง
                 2. ความกระตือรือร้น
                 3. ไหวพริบปฏิภาณ
                 4. ความรับผิดชอบ
                 5. ความจำ
การจำแนกบุคลิกภาพ 4 แบบ (Harris 1973)


การยอมรับตนเอง หน้าต่างของ  Johari’s windor ,1955



ครูกับการพัฒนาตน
     ครูควรพัฒนาตนเองใน 2 ลักษณะคือ
1. การพัฒนาตนเองในด้านวิชาชีพ เพื่อการประกอบวิชาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งได้แก่
- การพัฒนาในด้านความรู้
- การพัฒนาในด้านเทคโนโลยี
- การพัฒนาในด้านคุณลักษณะกับเจตคติ
2. การพัฒนาตนในด้านการเป็นสมาชิกของสังคม เพื่อการดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข 
- การรู้จักตนเองและการเข้าใจตนเอง
- การสำรวจตนเอง
- การปรับปรุงตนเองในด้าน การพัฒนาบุคลิกภาพภายนอก – ภายใน การพัฒนาลักษณะนิสัยที่ดี การพัฒนามนุษยสัมพันธ์ การพัฒนาการเรียนรู้

แนวทางในการพัฒนาบุคลิกภาพ

การรักษาสุขภาพอนามัย
      -  ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
      -  รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
      -  พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ วันละ 7-8 ชม.     
      -  รักษาอารมณ์ให้สดชื่นแจ่มใสอยู่เสมอ

การดูแลร่างกาย
    -  รักษาความสะอาดในช่องปากและฟัน
    -  ดูแลรักษาเส้นผมและทรงผมให้เรียบร้อยทั้งด้านความสะอาดและรูปทรง   
    -  โกนหนวดเคราให้เกลี้ยงเกลา ตัดและขริบให้เรียบร้อย    
    -  รักษาผิวพรรณให้สะอาดสดชื่นอยู่เสมอ อย่าให้ผิวแห้งกร้าน
    -  ดูแลเล็บมือ เล็บเท้า ให้สะอาดอยู่เสมอ
    -  ควรมีการเช็คร่างกายเป็นประจำทุกปี

การแต่งกาย     
 -  สวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาด ซักรีดให้เรียบ
 -  แต่งหน้าให้แนบเนียน ไม่แต่งเข้มผิดธรรมชาติ เลือกใช้เครื่องสำอางที่มีคุณภาพดี           
 -  เครื่องประดับ ควรใช้เพื่อเสริมการแต่งกายให้ดูดีขึ้น แต่ไม่ควรใช้เครื่องประดับมากจนเกินไปจนดูสะดุดตารกรุงรังไปหมด     
 -  ควรแต่งกายให้เหมาะสมกับสภาพภูมิศาสตร์และวัฒนธรรม    
 -  ควรแต่งกายให้เหมาะสมกับกาลเทศะ

อารมณ์       
 รู้จักควบคุมอารมณ์ ไม่ปล่อยอารมณ์ไปตามใจตนเอง  คนที่ควบคุมอารมณ์ตนเองได้จะได้เปรียบและจะเอาชนะเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้

ความเชื่อมั่นในตนเอง
 -  ยอมรับในความสามารถของตนเอง     
 -  อย่าเล็งผลเลิศในการทำงานจนเกินไป      
 -  อย่าถือคติว่าการทำงานสิ่งใดเมื่อทำแล้วต้องดีที่สุด       
 -  อย่านำความเก่งของผู้อื่นมาทับถมตนเอง      
 -  หมั่นฝึกจิตใจตนเองให้ชนะความกลัวให้ได้

 👉 การนำไปประยุกต์ใช้ 👈
             การมีบุคลิกภาพที่ดี จะทำให้ผู้อื่นเกิดความเชื่อมั่นและทำให้ดูเป็นที่น่าคบหา การเป็นผู้บริหารที่ดีก็ควรมีครบทุกข้อจึงจะประสบความสำเร็จ
   💟 การประเมินผล 💟
 ตนเอง :  มาเรียนตรงเวลา มีการการจดบันทึก มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีในการทำงาน

เพื่อน : แต่งกายเรียบร้อย มาเรียนตรงเวลา ช่วยกันระดมความคิดในการทำงาน

อาจารย์ :  มีกิจกรรมให้ปฎิบัติระหว่างการเรียนการสอน เป็นการกระตุ้นนักศึกษาได้ดี